Wednesday, April 28, 2021

12 อาชีพออนไลน์ ทำเงิน ปี 2020 แนะนำ ยุค 4.0

ขอบคุณที่มา
https://plaradise.com/8-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-online-4-0-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93/


 POSTED ON 

อาชีพออนไลน์

10 อาชีพออนไลน์ ทำเงิน ปี 2020 จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น มีอิสระมากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยขน์กับชีวิตมากที่สุด การปรับชีวิตให้ตามทันกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างไม่มีวันหยุด จะช่วยให้คุณสามารถทุ่นแรงที่ต้องใช้ในการทำงานได้และสามารถอยู่รอดในโลกอนาคต แค่ได้เริ่มต้นก็ถือว่าเราได้พัฒนาแล้วค่ะ

อาชีพ Onlineอาชีพออนไลน์ ยุค 4.0 คือ

อาชีพออนไลน์ คือ การทำงานและการทำธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าแบบทั่วๆไป หรือจะเป็นการขาย สินค้าแบบดิจิตอลโปรดักท์ ไปจนถึงการหาลูกค้าออนไลน์ การให้บริการต่างๆผ่านระบบออนไลน์ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น อาชีพแม่ค้าขายของออนไลน์

ซึ่งก่อนหน้านี้เรารู้จักแค่อาชีพเดียวเนี่ยล่ะ ที่สามารถสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่ ณ ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปอีกขั้น มีอาชีพออนไลน์แตกแขนงออกมาเยอะมาก บางอย่างก็ใกล้ตัวสุดๆเพียงแต่เราไม่เคยจะสนใจมัน มาดูกันดีกว่าว่าอาชีพออนไลน์ ทำเงิน แบบไหนจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด

1.ขายของ Online

Online-Seller

ทุกคนคงรู้จักอาชีพนี้กันดี ต้องขยัน อึด และถึกมากสำหรับการขายของออนไลน์ ต้องพร้อมตอบคำถามลูกค้าเกือบจะ 24 ชั่วโมง แล้วก็ต้องคอยอัพเดทสินค้าทำการโปรโมทอย่างสม่ำเสมอ ส่งของห้ามตกหล่น ต้องชอบพูดคุยกับลูกค้า และอดทนกับความจุกจิกของการซื้อขายได้ สามารถทำเงินได้เร็วเมื่อขายสินค้าได้ สินค้าที่นิยมขายกันก็มีตั้งแต่เครื่องสำอาง อาหาร เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ทุกอย่างที่จะจินตนาการได้ เราสามารถเริ่มจากการขายสินค้ากันที่ Marketplace อย่างเช่น

www.lazada.co.th 

www.ebay.com

www.amazon.com

www.etsy.com

อีกวิธีคือการสร้างเว็บไซท์เอาไว้ขายของเอง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน การขายสินค้าออนไลน์ดีตรงที่ประหยัดต้นทุนค่าเช่าร้าน ซึ่งเป็น Fix Cost ใหญ่ที่อาจทำให้ธุรกิจของเราไม่โตได้

ตัวอย่าง 1  แม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ สไตล์แฮนเมด งานครีเอทสุดๆ มาดูกันค่ะ

ตัวอย่าง 2  ร้านขายแพลนเนอร์สุดน่ารัก Ondadesk ช่วยจัดระเบียบชีวิตได้ดีสุดๆ ไปเลยค่ะ

ตัวอย่าง 3 ร้านขายอุปกรณ์เพื่อผู้ป่วย ร้านนี้มีทั้งหน้าร้าน Offline และร้าน Online ช่วยกันขายทั้งสองทางไปเลยค่ะ

 

2.Online Educator

Online-Educatorการเป็นเจ้าของกิจการออนไลน์แบบที่เรียกว่า ครูสอนออนไลน์ ที่เน้นการขายสินค้าแบบ infoproduct หรือสินค้าที่มาจากความรู้และประสบการณ์ของเราเอง อย่างเช่น การสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ หรือจะเป็นการรับจ้างสอนตามสถานที่ต่างๆ เหมาะมากกับคนที่มีความรู้เยอะเป็นพิเศษและอยากจะแบ่งปันสิ่งที่รู้ให้กับคนในสังคม ยกตัวอย่างเช่น ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูสอนดนตรี หรือจะเป็นคนที่มีสูตรขนมและอาหารอร่อยๆ แล้วอยากจะถ่ายทอดให้คนอื่นได้รู้ ไปจนถึงคนที่มีความรู้ทางด้านงานอาร์ท เช่น สอนถ่ายรูป สอนทำกราฟฟิค สอนทำเว็บ

ลองฝากโปรไฟล์ แล้วก็หางานสอนพิเศษ งานติวเตอร์ออนไลน์ได้ที่นี่จ้า >>> https://pro.donemaster.com/signup/th/งานสอนพิเศษ

ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบศึกษาค้นคว้าข้อมูลในด้านเทคโนโลยีด้วยก็เหมาะเลย เพราะจะทำให้เราสามารถโปรโมทสินค้าได้มากขึ้นช่วย อย่างเช่นความรู้เรื่องการทำเว็บไซท์ การเขียนบทความ SEO หรืออาจจะมีความรู้ด้าน Marketing Online ที่จะทำให้แบรนด์ที่เราสร้างนั้นไปได้ไกล วิธีนี้อาจจะยากและต้องใช้เวลามากหน่อยในการผลิตสินค้าแต่เมื่อไหร่ที่เรามีฐานแฟนคลับหรือลูกค้ามากพอ และสินค้าที่เราทำตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น ก็สามารถทำเงินได้เช่นกัน

 

3.YouTuber

Youtuberสำหรับคนที่เป็นสายบันเทิง ชอบความตลก มีความฮากับชีวิต การทำ Youtube น่าจะเหมาะกับคุณสุดๆ ทำ Video Content ในเรื่องที่เราสนใจ ถนัด และง่ายต่อการทำทุกๆวัน เปิดช่องให้สามารถรับเงินจาก Youtube ได้ ยิ่งวิดีโอของเรามียอดวิวมากเท่าไหร่ รายได้ของเราก็จะมากขึ้นตาม เป็นได้ทั้งสายบันเทิง ทำรายการสนุกๆ สาย Inspiration, Motivation หรือจะเป็นสายให้ความรู้ เช่น สอนการทำอาหาร สอนทำขนม สอนร้องเพลง เล่นดนตรี ได้หมดทุกอย่างเลย

ให้ลองจินตนาการเหมือนว่าเรากำลังทำรายการทีวีรายการหนึ่ง แล้วเราอยากทำรายการอะไรให้ผู้ชมของเราดู เค้าจะได้สาระอะไรจากรายการของเรา กลุ่มคนดูคือใคร มีพฤติกรรมแบบไหน และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความต่อเนื่องในการอัพคลิป การใช้ Keyword ในการตั้งชื่อ และคำที่ใช้สำหรับการค้นหา ถ้าเราศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกสักหน่อย ไม่ว่าจะทำอะไรก็รับรองว่ารุ่ง

รายได้ของการทำ YouTube จะมาจาก 2 ทางคือจากทาง YouTube เอง และจาก Sponsor ที่สนใจร่วมงานกับเรา

ตัวอย่าง YouTuber สายบิวตี้สนุกๆ >>> www.youtube.com/miudastyle

4.Blogger

Bloggerบล็อกเกอร์ก็เป็นอาชีพได้ อย่างที่เห็นกันเยอะๆเลยก็เช่น บล็อกเกอร์สายอาหาร สายท่องเที่ยว บิวตี้บล็อกเกอร์สายสวยแต่งหน้า เป็นต้น บางคนก็รายได้ดีเชียวล่ะ เป็นอาชีพที่น่าสนใจนะ ไม่ต้องห่วงหรอกว่ามีคนทำเยอะแล้ว เราแค่ต้องสร้างความแตกต่างให้มันไม่เหมือนกับที่เค้าทำกันในตลาด แล้วก็ต้องขยันกว่าทุกๆคน มีการสร้างแบรนด์ดิ้งที่ชัดเจน มีเอกลักษณ์ มีแผนงานที่ชัดเจนและผลิตงานอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ต้องมีคือ Website ที่เอาไว้เก็บข้อมูลเป็นหลักและโซเชี่ยลอย่าง Facebook, Instagram, Youtube, Twitter ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของเรา

การเป็นบล็อกเกอร์นั้นสามารถทำรายได้ได้ 2 แบบคือ

4.1.สร้างบล็อก ทำรายได้จาก Google Adsense

สิ่งที่บังคับคือเราต้องมีเว็บไซท์ของตัวเอง ซึ่งต้องอยู่บน Platform ที่เป็นมิตรกับ Google ด้วย เราแนะนำให้ใช้ WordPress ดูวิธีสร้างเว็บไซท์จาก WordPress ได้ที่นี่ จากนั้นก็สร้างบทความที่มีคุณภาพไว้ในเว็บเยอะๆ มีการอัพบทความอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นเราก็สมัคร Google Adsense รอการอนุมัติจากกูเกิล แล้วเราก็ทำพื้นที่สำหรับโฆษณาของกูเกิลไว้บนเว็บไซท์ของเรา หาคนเข้ามาดูที่เว็บไซท์เราเยอะๆ เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้แล้ว

4.2 Sponsor

หลักการคล้ายๆกับการเป็น YouTuber เลย ถ้าเว็บบล็อกของเรามีบทความที่ติดอันดับบนกูเกิล มีลูกเพจเฟซบุ๊คตามเป็นจำนวนมากๆ มีแฟนคลับเข้ามาอ่านเป็นประจำ ก็เป็นไปได้ว่าวันหนึ่งอาจจะมีสปอนเซอร์ติดต่อเข้ามาเพื่อให้เราเขียนบทความให้กับสินค้าของเค้าในสไตล์ของเรา เพราะเราสามารถทำให้คนเชื่อมั่นในสินค้านั้นๆได้ และทำให้สินค้าของเค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ซึ่งการจะเป็น Blogger นั้นอยากให้เริ่มจากใจรักเป็นอันดับแรก ทำเพราะชอบในเรื่องราวเหล่านั้นจริงๆ จะทำให้เราอยากสร้างผลงานขึ้นมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ท้อไปก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่าง Blogger สายท่องเที่ยว >>> amazingcouple.net

ถ้าอยากรู้รายละเอียดแบบเจาะลึกว่าจะเป็นบล็อกเกอร์ต้องเริ่มต้นอย่างไร ตามมาทางนี้เลยจ้า มีบทสัมภาษณ์จากบล็อกเกอร์ตัวจริงด้วยนะ

5. Web Designer

เว็บดีไซน์เนอร์

นักออกแบบเว็บไซต์ คือ คนที่ต้องออกแบบหน้าตาของเว็บให้สวยงาม ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ใช้งานง่าย รู้ว่าปุ่มควรอยู่ตรงไหนที่จะเพิ่มยอดขายได้ เข้าใจโครงสร้างของงานเว็บทั้งหมด และอีกหลากหลายรายละเอียด ซึ่งขอบอกเลยว่าอาชีพนี้ก็สร้างรายได้ดีไม่แพ้อาชีพไหนๆ เลยนะ อย่างของปลาเองก็จัดอยู่ในอยู่ในประเภทนี้ค่ะ ทำงานออนไลน์ 100% คุยกับลูกค้าผ่านไลน์ พอทำเสร็จก็แค่ส่งลิ้งเว็บให้ลูกค้าเอาไปใช้ต่อ แค่ไม่ต้องออกเดินทางไปนู่นมานี่ ก็ช่วยเพิ่มเวลาทำงานและรับงานได้มากขึ้นแล้ว นอกจากจะรู้เรื่องการออกแบบเว็บแล้ว เรายังต้องรู้วิธีสร้างเว็บไซต์ด้วยถึงจะดี เพราะเราจะสามารถรับงานแบบ Full Service ได้ ลูกค้าอยากได้อะไรก็ทำให้ได้หมด และแน่นอนว่าราคาต่อโปรเจ็กท์ก็แพงขึ้นตามฟังก์ชั่นที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

ถ้าใครมีอาชีพเป็นนักออกแบบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ โปรดักท์ดีไซน์เนอร์ หรือนักออกแบบสายอื่นๆ ก็สามารถเป็นนักออกแบบเว็บไซต์ได้เช่นกัน เพราะมีความรู้ด้านออกแบบอยู่แล้ว เราจะมีความเข้าใจในด้านการวางองค์ประกอบ การใช้สี การใช้ประสบการณ์ในการดูงานว่าใช้งานได้ง่ายหรือยัง เพียงแค่เราต้องเรียนและฝึกฝนสกิลการทำเว็บเพิ่ม ก็จะช่วยให้เราเข้ามาทำงานสายนี้ได้ อาจจะเหนื่อยหน่อยในช่วงแรกที่ต้องเรียนรู้อะไรเยอะ แต่บอกเลยว่าคุ้มค่า เพราะไม่ว่ายังไงโลกอนาคตก็คงหนีไม่พ้นโลกออนไลน์แบบ 100% แน่นอน อย่างที่เราเห็นกันตอนที่เจอกับสถานการณ์โควิดนั่นแหละ ซึ่งมันอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงกว่านั้นขึ้นมาอีกก็เป็นได้

ตัวอย่าง Web Designer รับออกแบบและทำเว็บไซต์  >>> plaradise.com

 

6. SEO Specialist

คนทำ SEO

ใครถนัดทำงานกับฝั่ง Google ขอเชิญทางนี้เลยค่ะ ตอนนี้หลายๆ คนอาจจะเหนื่อยกับการใช้งานโซเชี่ยลอย่างเช่น Facebook และ Instagram กันแล้ว เพราะยิ่งใช้ลูกค้ายิ่งหด ค่าโฆษณาก็แพงขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นใครกำลังสนใจสายงานเว็บและการทำ SEO ถือว่าคิดถูกแล้วค่ะ SEO มาจากคำว่า Search Engine Optmization หรือจะแปลกันง่ายๆ แบบที่ทุกคนเข้าใจก็คือ การทำคอนเท้นหรือทำหน้าเว็บให้ติดเสิร์ช Google ในหน้าแรกนั่นเอง ซึ่งข้อดีก็คือ ลูกค้าจะเดินเข้ามาหาเว็บเราเองโดยไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท คอนเซ็ปท์ดูดีมากเลยเนอะ แต่ๆๆๆ มันไม่ได้ทำกันง่ายๆ น่ะสิ

เพราะฉะนั้น คนที่จะมาเป็น SEO Specialist ได้ก็ต้องมีประสบการณ์มาพอสมควร และทำงานมาอย่างหนักเลยล่ะ กว่าจะรู้ว่าวิธีไหนทำแล้วเวิร์คหรือไม่เวิร์ค และแน่นอนว่าเมื่อมันทำยาก คนทำเป็นจริงๆ ก็มีน้อยตามไปด้วย ค่าตัวก็แพงขึ้นตามเช่นกัน ใครอยากมาทางสายนี้ ปลาแนะนำให้ไปอ่านหลักการทำ SEO แบบเข้าใจง่ายที่นี่เลย ตัวจริงในวงการมาก และสำหรับคนที่อยากจริงจังก็ซื้อคอร์สเรียนไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเสียดายเงิน เพราะปลาก็เรียนกับทางคุณวีเนี่ยล่ะ ทุกคนถึงได้มาเจอกับบทความนี้ของปลา คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปแน่นอนค่ะ

 

7.Freelancer

อาชีพทำเงิน

งานรับจ้างอิสระก็สามารถทำให้เป็นงานออนไลน์ได้เช่น การหางานออนไลน์ผ่าน Social อย่างเช่น Behance, Dribbble สำหรับเหล่าดีไซน์เนอร์ หรือส่งงานกันออนไลน์ด้วยการอัพโหลดงานผ่าน Google Drive เว็บ wetransfer หรือจะใช้ dropbox ก็ได้ ส่วนอาชีพที่สามารถเป็น Freelance ก็มีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น คนที่มีอาชีพเป็น Web Developper, Graphic Designer, Film Maker ช่างภาพ  ซึ่งงานฟรีแลนซ์บางทีมันได้เงินไม่เยอะเท่าที่เราลงแรงเหนื่อยไป

แถมยังต้องยอมตามใจลูกค้า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วทำให้จบงานยากอีก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการตั้ง Position สไตล์งาน และความน่าเชื่อถือของเราให้ดูเป็นมืออาชีพซะตั้งแต่ตอนแรก ด้วยการทำ website ที่เป็นแบรนด์ของเราเองแล้วก็สร้าง Portfolio ออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้ายอมรับและเชื่อใจที่จะร่วมงานกับเราและยินดีจ่ายเงินตามราคาค่าแรงที่เราตั้งไว้

 

8.Online Consultant

ที่ปรึกษาออนไลน์ที่ปรึกษาออนไลน์ อาชีพนี้ก็น่าสนใจตรงที่ว่าเราสามารถใช้ความรู้เฉพาะทางของเรามาให้คำแนะนำกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้ ซึ่งจะจัดอยู่ในประเภทการให้บริการ อย่างเช่นการให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ เรื่องบัญชี เรื่องการเงิน ไปจนถึงการให้คำแนะนำเรื่องปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น

ซึ่งเราอาจจะใช้การสร้างแบรนด์และเว็บไซท์ให้เราดูน่าเชื่อถือ และหาลูกค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารกับลูกค้า อย่างเช่น การวิดีโอคอลผ่าน Skype, Line, Facebook เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้า นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างเอกสารคู่มือ ข้อแนะนำ ให้เป็นแบบ Digital Product ได้อีกด้วย

ตัวอย่าง ที่ปรึกษาด้านการสอนทำเว็บไซต์และ SEO >>> https://padveewebschool.com/

ที่ปรึกษาด้านประกันสุขภาพ ประกันชีวิต >>> https://prsinsure.com/

9.Dropshipper

Dropshipperถ้าใครชอบขายของออนไลน์แต่ไม่อยากลงทุนสต็อคสินค้าก็แนะนำวิธีนี้เลย หน้าที่ของเราก็เพียงแค่ติดต่อซัพพลายเออร์ แล้วขอราคาสินค้าในราคาที่พิเศษให้กับเรา ส่วนเราก็ทำหน้าที่โปรโมทสินค้า สร้างเว็บไซท์ สร้างแฟนเพจ ให้คนมาซื้อสินค้าผ่านเรา เมื่อมีลูกค้าสนใจซื้อเราก็ส่งออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไปที่ซัพพลายเออร์ให้เค้าส่งสินค้าไปที่ลูกค้าโดยตรง ไม่ต้องผ่านเรา รายได้ก็แบ่งเปอร์เซ็นต์กันตามที่ตกลงเอาไว้

เป็นวิธีที่สะดวกมากๆ แต่มีข้อแม้ตรงที่ว่าเราตัองรู้จักเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์บนหลาย platform แบบละเอียดยิบ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ขายสินค้าได้ ถ้าหากว่าเราอยากให้หนทางนี้ประสบความสำเร็จก็ต้องสร้างแบรนด์สำหรับขายสินค้านั้นอย่างจริงจัง ซึ่งในแบรนด์ของเรานั้นสามารถขายสินค้าหลายชิ้นที่เป็นประเภทเดียวกันได้เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น

ตัวอย่าง Dropshipper >>> ศูนย์รวมตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำหรับสาวๆ มาดูกันจ้า

10.Online Marketer

Online-Marketerเพื่อนๆ คนไหนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ ชอบอัพเดทเทรนด์และฟีเจอร์ใหม่ๆของเทคโนโลยี เรียกว่าเป็นตัวแม่ของวงการ Marketing ล่ะก็ อาชีพนี้เข้าทางสุดๆ เราอาจจะเลือกเชี่ยวชาญซักหนึ่งแพลทฟอร์มก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Youtube, Twitter, Google, E-Mail Marketing

เราสามารถรับทำเป็นเซอร์วิสให้บริการและให้คำแนะนำกับกลุ่มบุคคลที่สนใจได้ อย่างเช่น คนที่ทำ SME คนที่ทำ Personal Branding ยิ่งในยุคนี้การทำการตลาดออนไลน์ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกวัน แต่คนที่ทำในสายงานนี้มีจำกัด จึงจำเป็นอบ่างยิ่งที่จะต้องรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้

ตัวอย่าง Online Marketer >>> https://www.thumbsup.in.th/

11.Podcaster

ทำ Podcast

อาชีพน้องใหม่มาแรงในปี 2020 นี้เลย Podcast เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับฟังรายการเสียง หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายก็ให้นึกถึงรายการวิทยุ ที่จะมีคนมาเล่าเรื่องให้เราฟัง เราจะได้ยินแค่เสียงเท่านั้นแต่จะไม่เห็นหน้า ซึ่งเราสามารถหาฟังได้ง่ายๆ จากอุปกรณ์ Apple และ Application Spotify

ในปัจจุบัน รายการบนพอดแคสที่เป็นภาษาไทยมีหลายประเภท ทั้งแบบให้ความบันเทิงและแบบที่เน้นเนื้อหาสาระ ตัวอย่างเช่น รายการสอนภาษา รายการแนะนำวิธีทำธุรกิจ รายการแนะนำวิธีการใช้ชีวิต เป็นต้น ข้อดีของรายการพอดแคส คือ เราสามารถฟังเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถที่จะเลือกรายการตามความชอบ เปิดฟังแค่บางตอนที่สนใจ หรือจะดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังยามที่ไม่มีอินเตอร์เน็ทใช้ก็ได้ กลุ่มผู้ฟังพอดแคสจะเป็นกลุ่มมิลเลนเนี่ยล หรือ Gen Y มากที่สุด ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 25-35 ปี

เราสามารถทำเงินผ่านช่องทาง Podcast ได้ด้วยการ

9.1 รับสปอนเซอร์

ถ้าหากว่าเราชอบเล่าเรื่อง คุยสนุก น่าฟัง เราสามารถทำรายการพอดแคสของตัวเองได้ จากนั้นก็ต้องพยายามสร้างฐานคนฟังที่เป็นแฟนคลับให้มากขึ้น หากรายการที่เราทำมีคุณภาพดี เนื้อหาดี มีคนติดตามเยอะมาก ก็จะมีสปอนเซอร์ติดต่อเข้ามาขอเข้าร่วมโฆษณาในรายการของเราก็เป็นได้

9.2 ขายสินค้าของตัวเอง

จริงๆ แล้ว Podcast ก็เป็นช่องทางหนื่งในการกระจายเนื้อหาไปสู่ผู้บริโภคคล้ายกับ Web blog, Youtube, Facebook Fanpage ถ้าเรามีสินค้าของตัวเองอยู่แล้ว เราก็สามารถสร้างคอนเท้นท์สนุกๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เรามี ให้ความรู้คนฟังเพิ่มเติม แล้วใช้ช่องทางนี้ในการเพิ่มยอดขายหรือสร้างแบรนด์ดิ้งให้กับตัวเองได้อีกทาง ในทางกลับกัน ถ้าเราเริ่มทำรายการพอดแคสจากความชอบของเราแล้วทำให้มีคนติดตามหลักพัน หลักหมื่นได้ เราก็สามารถขายสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มคนฟังของเราได้เช่นกัน

ตัวอย่างรายการ Podcast ที่น่าสนใจ

Podcast พลิกวิกฤต Gen Y : เรื่องราวสารพันปัญหาของคน Gen Y

Podcast The Standard : สำนักข่าวเนื้อหาดี

12. ทำ Affiliate

ทำ Affiliate

การทำ Affiliate ก็คือ การเป็นนายหน้าขายสินค้าให้กับแบรนด์ ร้านค้า แอพลิเคชั่น โดยการสร้างคอนเท้นท์ในรูปแบบต่างๆ จากนั้นก็เอาลิ้งค์ที่เราไปสมัคร Affiliate ไว้ เอามาวาง เมื่อกลุ่มลูกค้าเกิดความสนใจในตัวสินค้าแล้วคลิกซื้อผ่านลิ้งค์ที่เราวางไว้ เราก็จะได้เงินค่าคอมมิชชั่นตามที่เค้ากำหนดไว้ให้ ข้อดีคือ เราไม่ต้องสต๊อกสินค้า แพ็คของ ส่งของ ด้วยตัวเอง ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ

ตัวอย่างแอพลิเคชั่นที่ให้ทำ Affiliate

Youpik

แอพขายสินค้า คล้ายๆกับ Lazada ที่นี่จะไม่เน้นการยิงแอดโฆษณา แต่จะเน้นให้สมาชิกผู้ใช้งานไปแนะนำให้เพื่อนมาสมัครใช้แอพ และซื้อสินค้าผ่านแอพแทน คนแนะนำก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น คนซื้อของก็จะได้เงินคืน และได้สินค้าที่ราคาถูกกว่าราคาตลาด แถมยังส่งให้ถึงบ้าน

ใครที่สนใจหารายได้เสริมกับ Youpik คลิกที่ลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ รหัสแนะนำของปลาคือ 127901 ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ

อ่านเพิ่มเติมการทำ Affiliate อย่างละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ

 

ข้อดีของการทำอาชีพ Online ยุค 4.0 คือ

หาเงินออนไลน์

1.ลงทุนน้อย

ต้นทุนต่ำ เราเพียงแค่ใช้ความรู้ความสามารถของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนเลย บวกกับแรงกาย แรงใจ และเวลาที่ได้ใช้ไป ซึ่งสามารถทำไปด้วยในขณะที่ยังคงทำงานประจำได้ ยิ่งเรามีความรู้ทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องเยอะก็ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าจ้างลงไปได้อีกเยอะเลย เช่น การทำเว็บไซท์ การเขียนบล็อก การตัดวิดีโอ การถ่ายภาพ การทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์

2.ฐานของลูกค้ามีไม่จำกัด

เราสามารถขายสินค้าและบริการให้กับคนทั้งโลกได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเมืองไทย หรือกรุงเทพฯเท่านั้น เพราะเราได้สร้างฐานข้อมูลไว้บนโลกออนไลน์แล้ว ที่ไหนที่มีอินเตอร์เน็ทก็สามารถเข้าถึงเราได้ทั้งนั้น อย่างเช่น งานออนไลน์ของเราจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนไทยที่กระจายอยู่ตามมุมต่างๆของโลกที่สนใจได้ และถ้าหากว่าเราสามารถทำงานให้เป็นภาษาอังกฤษได้ก็จะยิ่งเข้าถึงคนในระดับ Global ที่มากขึ้นอีกได้ นอกจากนี้เรายังสามารถหา ตัวช่วยต่างๆ ในการทำอาชีพออนไลน์ของเราได้ โดยการใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น การหารูปภาพประกอบงาน การทำงานดีไซน์ การหาคนมาช่วยทำงานที่เราไม่ถนัด เช่น งานตัดวิดีโอ ทำเว็บไซท์ เป็นต้น

3.รายได้มีทั้งแบบ Active และ Passive Income

รายได้เป็นแบบ Active ก็ตรงที่เราต้องออกแรงเยอะในระยะแรก และต้องทำการ Marketing เพื่อให้มีคนรู้จักและเข้ามาซื้อสินค้า แต่เป็น Passive ตรงที่เราสามารถผลิตสินค้าเพียงครั้งเดียว แต่สามารถขายได้เรื่อยๆ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เราได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจเครือข่าย ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการลงทุนในหุ้น เพียงเพื่อจะได้ Passive Income แล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถสร้าง Passive Income ได้เช่นกัน มาดูได้ที่ 10 Digital Products ยอดฮิตสำหรับการทำ Online Business

4.เราสามารถมีอิสระในการใช้ชีวิตแบบที่ใจคิดได้

เราสามารถวางแผนงานให้ตัวเองได้ว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ และทำอย่างไรโดยไม่ต้องมีคนมาสั่งให้ทำนั่นทำนี่ตลอดเวลา และยิ่งถ้าเราเซ็ทระบบออโตเมติกทุกอย่างเอาไว้ดีแล้ว อย่างเช่นการทำมาร์เก็ตติ้งโดยใช้ Youtube ที่เป็น platform ที่สามารถเรียกทราฟฟิกให้เราได้แบบอัตโนมัติ หรือจะเป็นการทำ SEO ให้เว็บของเราขึ้นอันดับในกูเกิล ก็ทำให้มีคนเข้ามาหาเราได้เรื่อย ๆเช่นกัน แม้กระทั่งการสร้างสินค้า Infoproduct แบบ Digital Download ที่เราไม่ต้องเสียเวลาแพ็คของส่งของให้วุ่นวาย ถ้าเราทำได้ตามนี้เราก็จะมีเวลามากขึ้น สามารถแบ่งเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำได้มากขึ้น เช่น มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาไปเที่ยวนานๆ หรือจะเอาเวลาที่เพิ่มขึ้นไปสร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับผู้อื่นอีกก็ได้

หาเงินออนไลน์

 

สรุปเรื่องราวของ อาชีพออนไลน์ ยุค 4.0

อาชีพออนไลน์ ยุค 4.0 นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์และเว็บไซท์เป็นของตัวเอง นอกเหนือไปจากการมีแอคเค้าท์บน Social และ Marketplace เพราะมันทำให้เรามีออฟฟิศเป็นของตัวเองโดยที่ไม่ต้องไปเช่าที่ของคนอื่นอยู่ ซึ่งเราไม่รู้ว่าวันใดวันหนึ่งเค้าจะปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มให้กลายเป็นแบบไหนบ้าง ถ้าหากว่าเรากระจายความเสี่ยงโดยการใช้ซัก 2-3 Platform  ก็จะช่วยให้ธุรกิจของเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ

ถ้าคุณได้เริ่มต้น อาชีพออนไลน์ แล้ว ถึงแม้ว่าวันนี้มันจะเป็นทรัพย์สินเล็กๆที่ยังไม่สร้างรายได้ในช่วงแรก แต่ถ้าคุณหมั่นดูแล ค่อยๆสร้างฐานลูกค้าของตัวเองขึ้นมา พร้อมๆกับการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเค้า และเชื่อมโยงไปยังสินค้าของคุณ รับรองว่าไม่นานสิ่งนี้จะสร้างเงินและสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ให้คุณได้แน่นอน

Saturday, August 24, 2019

7 อาชีพอิสระ สร้างเงินหลักล้าน ปี 2019

ขอบคุณ : https://www.ngerntidlor.com
ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนไป การเป็นมนุษย์เงินเดือนก็เริ่มลดความสำคัญลงเรื่อยๆ คนสมัยใหม่เริ่มไม่ยึดติดกันแล้วครับว่าจะต้องเป็นข้าราชการ หรือเจ้าคนนายคน พวกเขาทำงานเน้นความอิสระมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น และคาดหวังที่จะเป็นนายตัวเอง อาชีพอิสระ จึงกลายเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน

เราจึงขอแนะนำ อาชีพอิสระสุดฮิตที่สามารถสร้างเงินหลักล้านให้คุณได้ในปี 2019 นี้ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ
 

1. ขายของออนไลน์


สุดยอดอาชีพอิสระที่เป็นอาชีพเสริมก็ดี อาชีพหลักก็ได้ การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยังคงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับคนที่เลือกจะออกมาทำอาชีพอิสระ เพราะคนขายสามารถ “เลือก” ได้ ว่าจะซื้ออะไร ขายอะไร ราคาเท่าไหร่

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่พ่อค้าแม่ค้าสามารถจัดหาของและโปรโมทการขายได้ด้วยช่องทางออนไลน์ต่างๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter หรือ Instagram ยิ่งทำให้มีโอกาสขายของได้มากเข้าไปอีก

ซึ่งสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่อย่าลืมคือ การทำความรู้จักสินค้าและบริการของตัวเองเป็นอย่างดี เพราะลูกค้าปัจจุบันส่วนมากจะมีการถามค่อนข้างละเอียด การให้ความรู้ และตอบคำถามลูกค้าได้หมดจด คือสิ่งสำคัญของการขายของออนไลน์

หากลงทุนสินค้าถูกชนิด มีจิตวิทยาในการโฆษณาและการขาย โอกาสที่คุณจะสร้างเงินหลักแสนหรือหลักล้านก็ไม่ใช่ความฝันแต่อย่างใดครับ
 

2. ช่างภาพ


สำหรับคนที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และพอมีทุนทรัพย์อยู่ซักหน่อย การเป็นช่างภาพอิสระก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจและสามารถต่อยอดได้หลากหลายครับ

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพวิว ธรรมชาติ แล้วอัพโหลดลงเพื่อขายในอินเทอร์เน็ต หรือเก็บภาพต่างๆ ไว้เป็นอัลบั้มเพื่อโปรโมทฝีมือตัวเองบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook หรือ Instagram ให้คนท่ีสนใจเข้ามาว่าจ้างไปถ่ายรูปตามอีเวนต์ หรืองานรับปริญญาก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

ยิ่งทำจนเป็นช่างภาพมีชื่อ เริ่มมีทีมงานเป็นของตัวเองล่ะก็ การจะทำเงินได้เป็นหลักแสนต่อเดือน หรือมากกว่าก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใดครับ
 

3. ติวเตอร์รับสอนพิเศษ


ขอแค่มีความรู้ ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ทั้งความรู้ในบทเรียน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือความรู้นอกบทเรียน อย่างเทคนิคการพูด การเข้าสังคม หรือเทคนิคเฉพาะทางในการทำงานต่างๆ

ติวเตอร์การเรียนในปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วครับ ทุกอย่างสามารถหาเรียนในโลกออนไลน์ได้ และก็สามารถเป็นอาจารย์ผ่านโลกออนไลน์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสอนสดผ่านไลฟ์วิดีโอ อัดคลิปการสอนของตัวเองลงยูทูป (YouTube) ยิ่งสอนมาก ยิ่งเก็บประสบการณ์ได้มาก จะทำให้รู้ว่าคนเรียนต้องการอะไรและสอนได้ตรงจุดมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเรียนไม่เคยจำกัดอายุทั้งผู้เรียนและผู้สอน มีคนไม่น้อยที่เลือกจะเรียนวิชาเพิ่มเติมในวัยทำงาน นักศึกษาหลายคนก็รับสอนวิชาที่ตนเองถนัดเพื่อหาเงินจนกระทั่งเรียนจบ ซึ่งเงินที่ได้จากการเป็นติวเตอร์สอนพิเศษก็สามารถนำไปลงทุน ต่อยอดในธุรกิจอื่นๆ ได้อีก
 

4. บล็อกเกอร์


บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือคนเขียนบล็อก คือการเขียนเรื่องราวลงเว็บไซต์ คล้ายกับการเขียนไดอารี่ แต่อาจเขียนเพื่อให้ความรู้ โฆษณา หรือบอกเล่าสิ่งที่ตัวเองสนใจให้ผู้อื่นรับรู้

การเขียนบล็อกได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการหาความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาการยากๆ หรือเรื่องธรรมดาๆเช่นการเลือกร้านอาหาร

สิ่งที่ทำให้บล็อกเกอร์ส่วนมากประสบความสำเร็จคือการอยู่กับสิ่งที่ชอบ เช่น ผู้ที่ชื่นชอบอาหารก็จะเน้นการรีวิวอาหาร คนชอบเสื้อผ้าก็จะมีการรีวิวคอลเลคชั่นเสื้อผ้า หรือแม้แต่รับซื้อ ขาย เสื้อผ้า เพราะบล็อกสามารถทำอะไรได้หลากหลาย ไม่มีการจำกัดรูปแบบ บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามเยอะก็อาจได้ค่าโฆษณาหลักหมื่น หรือหลักแสน แล้วแต่ว่าทำบล็อกเกี่ยวกับอะไร
 

5. ยูทูบเบอร์ / วีล็อกเกอร์


ยิ่งไปกว่าการเขียนบล็อก คือการเป็นยูทูบเบอร์ ​(YouTuber) หรือ วีล็อกเกอร์ (Vlogger) ที่ไม่เน้นการเขียน แต่เน้นการถ่ายวิดีโอเป็นหลักครับ

คนเราจะจำสิ่งต่างๆ จากภาพและเสียงได้ง่ายกว่าตัวอักษร การเรียนในยุคสมัยใหม่บางส่วนก็ต้องมีการเรียนผ่านวิดีโอ ไม่แปลกเลยที่คนรุ่นใหม่จะคุ้นชินกับเทคโนโลยีเหล่านี้และให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยูทูบเบอร์แบบเฉพาะทาง เช่น ยูทูบเบอร์ด้านรถยนต์ ที่เน้นด้านรีวิวรถยนต์ ซ่อมรถ อธิบายหลักการทำงานต่างๆ ของเครื่องยนต์ เป็นต้น

ซึ่งการทำธุรกิจแบบนี้จะมีเงินเข้ามาได้ทั้งจากค่าโฆษณา เงินบริจาคจากคนดู ในบางครั้งก็อาจได้ผลตอบแทนเป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ยูทูบเบอร์ / วีล็อกเกอร์

6. นักเขียน


ไม่ว่าจะเป็นการเขียนนิยาย เขียนบทความ ในปัจจุบันก็กลายเป็นอาชีพอิสระที่ทำเงินได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมากแล้วครับ เนื่องจากปัจจุบันการพิมพ์งานไม่จำเป็นต้องผ่านสำนักพิมพ์อีกต่อไป นักอ่านสามารถซื้อนิยาย หนังสือออนไลน์ผ่านเว็บไซต์แล้วอ่านในอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ได้เลย

ถ้ามีความมั่นใจ อยากพิมพ์หนังสือเป็นเล่ม และมีช่องทางการขายหนังสือ ก็สามารถพิมพ์เลือกกับโรงพิมพ์ต่างๆโดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลาง แม้จะมีความเสี่ยงมากขึ้นแต่ก็แลกมากับการทำเงินมหาศาลได้ถ้าประสบความสำเร็จครับ
 

7. นักแปล/ล่าม


ภาษา คือสิ่งสำคัญในการติดต่อสื่อสารของคนทั้งโลก ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว รวมถึงมีอุตสาหกรรมจากต่างประเทศมาตั้งโรงงานอยู่มากมาย ดังนั้นอาชีพนักแปลภาษาจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และภาษาประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ภาษาเมียนมาร์

แน่นอนว่าอาชีพนักแปลธรรมดาอาจไม่ทำเงินมากเพียงพอ ผู้แปลเอกสารทั้งหลายจึงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะความรู้เฉพาะด้าน เช่น ศัพท์ที่ใช้ในโรงงานผลิต ศัพท์เฉพาะในแต่ละพื้นที่ หรือศัพท์ด้านกฎหมาย

ถ้าเราสามารถทำงานยากๆ ได้ มูลค่าต่องานในการจ้างก็จะสูงขึ้นตาม และมีโอกาสได้ทำงานสำคัญ ที่ต่อ ยอดในด้านอื่นๆ ได้ในอนาคต เช่น เป็นล่ามอิสระที่ทำงานให้สถานทูต เป็นต้น
 

สรุป


อาชีพอิสระที่ยกมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาชีพเงินล้านในยุคใหม่เท่านั้น ไม่ว่าอาชีพใดก็ตามความพยายาม การเรียนรู้ และการวางแผนยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการก้าวเข้ามาทำอาชีพอิสระที่เน้นการพึ่งพาตัวเองเป็นหลักคือหลักประกันและต้นทุน เงินติดล้อขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่สามารถทำให้ทุกคนที่พยายามประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ถ้าหากคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจ ทำอาชีพอิสระเป็นของตัวเอง หรืออยากทำอาชีพเสริม และต้องการทุนสำรองในชีวิต สามารถปรึกษาพวกเราเงินติดล้อได้ที่ ติดต่อกับเงินติดล้อ หรือเงินติดล้อทุกสาขาทั่วประเทศ พวกเรายินดีให้บริการครับ!

Tuesday, June 7, 2016

รถรับจ้างขนของ เคลื่อนย้ายสิ่งของอาชีพอิสระหลังน้ำท่วม

งานรับจ้างขนของ ถ้าท่านใดที่มีรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถ 10 ล้อ รถ 6 ล้อ ท่านก็สามารถนำออกมาวิ่งรับจ้าง ขนของเข้าย้ายของออกจากบ้านหลังน้ำลด หรือรับจ้างทั่วไปก็ได้ นับว่าเป็นงาน เป็นอาชีพอิสระหลังน้ำท่วมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้อีกช่องทาง แต่เรื่องราคาก็คงต้องเห็นใจกันด้วยนะค่ะ ไม่ใช้ว่าเห็นแก่ได้อย่างเดียว บางคนไม่เหลืออะไรเลย การทำอาชีพหลังน้ำท่วมนี้เรายอมรู้ดีว่าทุกคนต้องเจออะไรมาบ้าง ว่ามันสาหัสกันแค่ไหน เรื่องราคาถ้าช่วยกันได้ก็ช่วยกันนะค่ะ
รถกระบะรับจ้างขนของ
รถกระบะรับจ้างขนของ นอกจากท่านจะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก นอกจากเติมน้ำมันแล้ว ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหารายได้เสริมหลังน้ำท่วมอีกด้วยค่ะ สำหรับคนที่มีรถ
รถบรรทุก 6 -10 ล้อ
ถ้าท่านมีรถบรรทุก 10 ล้อ รถ 6 ล้อ หรือจะเป็นรถกระบะ ท่านก็สามารถนำออกมาขับรับจ้างหลังน้ำท่วมนี้ได้ เพราะดิฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนที่ต้องการจะใช้รถบรรทุกเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ หรือไม่ก็อาจจะใช้รถบรรทุก ขนของเข้าบ้านหลังน้ำลดแล้วก็ได้ หรืออาจจะใช้เพื่อช่วยขนขยะมูลฝอย ต่างๆ ออกจากบริเวณบ้าน และง่ายต่อการขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ กลับเข้าบ้านด้วยค่ะ
รถบรรทุกรับจ้าง
รถบรรทุก 10 ล้อ รถ 6 ล้อ รับจ้างทั่วไป ไปส่งได้ทุกที่ตามที่เราต้องการ ถ้าท่านไม่ทำเป็นงานอดิเรกท่านก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้นะค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้มีงานทุกวัน แล้วแต่ว่าใครจะจ้างตอนไหน เพราะฉะนั้นเราก็สามารถทำแบบงานอิสระได้สบายๆ เลยค่ะ แถมยังได้เงินดีอีกด้วยค่ะ
ที่มา
http://ohomakemoney.com/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87.html

อาชีพเก็บขยะ เก็บขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องน้ำ รับซื้อของเก่า

อาชีพเก็บเก็บขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง รับซื้อของเก่าและรับซื้อขยะ นอกจากจะเป็นอาชีพทำเงินที่น่าสนใจแล้วพวกเขาเหล่านี้มักจะมีสำนักงานอยู่ที่บ้านหรือสร้างเป็นโรงรับซื้อขยะเองและของเก่าหรือขยะเหล่านี้ก็สามารถนำมารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้ บางที่ก็จะเป็นแบบธุรกิจครอบครัว มีรถกระบะวิ่งรับซื้อของเก่าตามหมู่บ้านทั่วๆ ไป แต่บางคนที่เขามีเงินเยอะหน่อย ก็ทำเป็นแบบธุรกิจขนาดใหญ่มีโรงแยกขยะต่างหาก มีพนักงานจำนวนมาก พอแยกขยะแล้วก็ส่งขยะให้บริษัทที่รับซื้อขยะเหล่านี้นำไปรีไซเคิล แล้วก็นำกลับมาใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง รถที่วิ่งรับซื้อของเก่าหรือรับซื้อขยะตามหมู่บ้านโดยทั่วไปแล้ว ก็จะนำขยะมาขายให้กับโรงรับซื้อขยะขนาดใหญ่นี้เป็นจำนวนมาก และเราก็มักจะเห็นรถรับซื้อของเก่าและรับซื้อขยะอยู่เป็นประจำ เพราะสามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพที่อิสระไม่ต้องมีใครคอยสั่งให้เราทำโน่นนี่ ถ้าเรามีความขยันหน่อยบวกกับความอดทนอีกนิด รับรองได้เลยว่าอาชีพรับซื้อขยะและรับซื้อของเก่านี้ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างมากมายเลยทีเดียวค่ะ
ขยะมูลฝอยล้นเมืองเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต้องพบเจอ และประเทศไทยของเราเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องเจอกับปัญหาขยะล้นเมืองเช่นเดียวกัน เพราะมีประชากรเป็นจำนวนมาก การซื้อขาย การผลิตสินค้าและการบริโภคก็มากขึ้นตามจำนวนของประชากรในประเทศ ซึ่งบางประเทศก็จะมีวิธีจัดการกับปัญหาเศษขยะล้นเมืองกันหลายวิธี และถึงแม้ว่าประเทศของเราจะยังไม่มีมาตรการที่แน่ชัดในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้แต่ก็มีวิธีการแยกขยะที่ทำให้ง่ายต่อการเก็บ และง่ายต่อผู้ที่ทิ้งขยะ นั่นคือการทำถังขยะแยกประเภท นอกจากจะทำให้ง่ายต่อการทิ้งแล้วพนักงานเก็บขยะก็ง่ายต่อการทำงานด้วยค่ะ

อาชีพเก็บขยะ ขวดน้ำพลาสติก  เก็บขยะขายหลังน้ำท่วม

อาชีพเก็บขยะขายเป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุน แต่ก็ต้องระวังเรื่องโรคภัยที่อาจจะมาจากการเก็บขยะ แต่งานเก็บขยะก็ไม่ต้องมีใครมาคอยกำหนดปริมาณงานให้น่ารำคาญใจ ไม่ต้องมีเจ้านายมายืนคุมงาน คอยสั่งงาน เป็นอาชีพที่คอยหล่อเลี้ยงคนจนให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวและเป็นหนึ่งในอาชีพสุจริตที่มีส่วนช่วยลดสภาวะโลกร้อนอีกด้วย เพราะอาชีพเก็บขยะขายเป็นการลดปริมาณขยะที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้ลดลง แต่คนเก็บขยะขายก็เป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีสวัสดิการทางสังคมและสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับอาชีพอื่นๆ เพราะพวกเขามีระดับการศึกษาไม่สูง ไม่มีงานทำ พวกเขาจึงต้องผันตัวเองมาประกอบอาชีพเก็บขยะ แต่ส่วนมากมักจะเคยเป็นชาวนา คนงานก่อสร้าง พนักงานขับรถ หรือลูกจ้างทั่วไปมาก่อน ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเก็บขยะ

พนักงานเก็บขยะผู้ที่ช่วยทำให้เมืองสะอาด

แต่ละประเทศก็จะมีพนักงานเก็บขยะที่จะคอยช่วยดูแลเรื่องของปริมาณขยะ เพราะถ้าเราไม่มีการจัดการกับปัญหาขยะพวกนี้อย่างจริงจัง ปัญหาที่ตามมาก็คือขยะล้นเมือง ทำให้บ้านเมืองสกปรกไม่น่าเข้าไปเที่ยวชม ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนอีกด้วย พนักงานเก็บขยะก็เป็นปัจจัยสำคัญที่คอยช่วยดูแลปริมาณขยะ นอกจากจะมีพนักงานของรัฐบาลแล้ว ก็ยังมีบริษัทเอกชนที่เปิดให้บริการเรื่องของการเก็บขยะอีกเป็นด้วย พนักงานเก็บขยะแตกต่างจากคนเก็บขยะทั่วไป เพราะคนที่ทำงานเก็บขยะขายโดยทั่วไป จะไม่มีสวัสดิการเป็นงานอิสระแต่พนักงานเก็บขยะนั้นมีเงินเดือนให้ และบางบริษัทก็จะมีสวัสดิการต่างๆ ให้ แล้วแต่บริษัทนั้นๆ จะให้สิทธิประโยชน์ทางด้านสังคมอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น พนักงานเก็บขยะในต่างประเทศที่มีสวัสดิการดี และมีเงินเดือนดี เช่น อิตาลี่ เยอรมัน พนักงานเหล่านี้จะได้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ทางสังคมที่ดีมาก เพราะรัฐบาลของพวกเขาเอาใจใส่กับปริมาณของขยะที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงต้องให้สวัสดิการและเงินเดือนทีสูง เพื่อที่จะให้มีผู้มาสมัครทำงานทางด้านนี้ให้มากๆ ค่ะ

เก็บขยะหลังน้ำท่วม เป็นอาชีพสร้างเสริมและสร้างรายได้อย่างงดงาม

หลังน้ำท่วมครั้งนี้ผ่านไป รับรองว่าขยะเกลื่อนเมืองแน่ๆ ค่ะ ในช่วงนี้เองที่เราจะถือโอกาสทำความดีไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ หลังจากที่น้ำลดลงแล้ว ขวดพลาสติก ขวดแก้ว โลหะชนิดต่างๆ คงต้องมีมากมายแน่นอน คนเก็บขยะขายคงจะเก็บแทบไม่ทันเพราะขยะไหลมากับน้ำมีขยะอยู่แทบทุกที่บางทีเราไม่ต้องออกไปเก็บ ขยะก็ลอยมาติดหน้าบ้านให้เรานำไปขายได้ถึงที่เลยหละค่ะ แต่ถ้าเราช่วยกันเก็บขยะถึงเราไม่คิดจะนำไปขาย แต่ก็เป็นการช่วยทำความสะอาดบ้านเมือง และช่วยลดสภาวะโลกร้อนอีกด้วยค่ะ
การเก็บขยะขายอย่าง ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องหลังน้ำท่วมนอกจากจะสร้างรายได้ในช่วงนี้แล้ว ยังเป็นการทำความดีในยามที่ประเทศเราต้องการความช่วยเหลือ แม้ว่าเราจะเป็นหนึ่งในความดีเพียงเล็กน้อย แต่เราก็จะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนช่วยให้ประเทศของเรากลับมาน่าอยู่อีกครั้ง แต่ถ้าเราเก็บขยะแล้วนำไปขายในช่วงนี้ไม่รู้ว่าพวกรับซื้อขยะจะยังรับซื้ออยู่มั้ยนะ เพราะถ้าเรานำไปขายในพื้นที่น้ำท่วมเหมือนกัน ดิฉันคิดว่าเขาคงจะไม่รับซื้อหรอกค่ะ เพราะคงจะอพยพกันไปหมดแล้ว แต่ภายหลังน้ำลดแล้วจะต้องกลับมารับซื้อแน่นอนค่ะ
ที่มา
http://ohomakemoney.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0.html

อดีต รปภ. ไอเดียแจ่ม ผุดบริการ "แล้วแต่จะเรียกใช้" เจาะกลุ่มลูกค้าโซเชียล

Social Biz
ดวงกมล

อดีต รปภ. ไอเดียแจ่ม ผุดบริการ "แล้วแต่จะเรียกใช้" เจาะกลุ่มลูกค้าโซเชียล
บริการที่ลูกค้าเรียกใช้มากที่สุด ชายหนุ่ม ระบุว่า ไปซื้อขนม อาหารสด เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เพราะ 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นผู้หญิง ห้างสรรพสินค้าที่ไปบ่อยมากที่สุดคือ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เยาวราช ตลาดสำเพ็ง พาหุรัด สะพานเหล็ก ตลาดจตุจักร ประตูน้ำ



ในห้วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา "ธุรกิจพรีออร์เดอร์" สินค้าจากต่างประเทศเคยบูมแบบสุดๆ ในกลุ่มผู้ที่ชอบช็อปปิ้งสินค้าต่างประเทศ เลยเกิดคำถามว่า ทำไม "ไม่พรีออร์เดอร์" สินค้าในประเทศ ให้กับคนที่อยากซื้อแต่หาซื้อไม่ได้ หรือไม่สามารถไปซื้อด้วยตัวเองได้ ไอเดียนี้เกิดขึ้นแล้วโดย คุณรชานนท์ โสภาพ หรือ คุณบูม อดีตหนุ่ม รปภ. ที่ผันตัวผุดธุรกิจบริการรับจ้างฝากซื้อของ อาทิ อาหาร ขนม เครื่องสำอาง ฯลฯ ล่าสุดต่อยอดบริการรับจ้างสารพัด ใช้โมเดลธุรกิจเก็บเงินสดจากลูกค้าที่ฝากซื้อก่อน แล้วค่อยนำเงินไปจ่ายค่าสินค้าและค่าจัดส่งให้ทีหลัง



ถูกใช้ไปซื้อของบ่อย

ทำเป็นธุรกิจซะเลย


BooMBA คือ บริการรับฝากซื้อ จัดหา หิ้วของ พรีออร์เดอร์สินค้า รับฝากทำกิจธุระทั่ว กทม. จัดส่งทั่วโลก งานแปลกที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลยสักบาท แต่สามารถทำเงินได้ทุกวัน มีทีมงานเป็นวิศวกร นักเรียน นักศึกษา

คุณบูม ปัจจุบันอายุ 30 ปี อดีตเป็น รปภ. 3 ปี (รักษาความปลอดภัย) สำนักงานย่านถนนบางนาตราด กทม. ทุกวันนี้ลาออกมาเป็นเจ้าของกิจการรับฝากซื้อ จัดหา หิ้วของ พรีออร์เดอร์สินค้า รับฝากทำกิจธุระทั่ว กทม. จัดส่งทั่วโลก ไอเดียธุรกิจเริ่มต้นเมื่อตอนเป็นยาม

คุณบูม เผยว่า ตอนเป็น รปภ. มักถูกพนักงานออฟฟิศผู้หญิงจ้างไปซื้ออาหาร ขนม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกอยู่บ่อยๆ นานวันเริ่มถูกจ้างมากขึ้นเรื่อยๆ มีรายได้มากขึ้น เลยลองเปิดเพจในเฟซบุ๊ก รับฝากซื้อของใน กทม. จัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งเดือนแรกไม่มีลูกค้าเลย ต่อมาเดือนที่ 2 มีลูกค้า 3 คน เป็นผู้หญิงใช้ไปซื้อขนมเค้กที่สยามพารากอน นับเป็นงานแรกที่ได้เงินโดยไม่ต้องลงทุนก่อน เดือนต่อๆ มา เริ่มมีลูกค้าเพิ่มขึ้น จนกระทั่งเข้าเดือนที่ 5 กิจการดีขึ้น ถึงขั้นลาออกจากการเป็น รปภ. มาทำเต็มตัว

ดูเหมือนงานง่ายๆ รับจ้างฝากซื้อของ แต่คุณบูม บอกว่า สิ่งที่ยากคือ การสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าเชื่อใจว่าพ่อค้าจะไม่โกงเงิน เพราะลูกค้าต้องโอนเงินมาก่อนทั้งที่ไม่รู้จักกัน วิธีการคือ ถ่ายรูปบิล สินค้า ให้ลูกค้าดู ให้ลูกค้าเข้ามารีวิว มาเขียนคำติชมได้

"ลูกค้าคนแรกที่ตัดสินใจมาใช้บริการน่าจะอยากลองว่าบริการรับฝากซื้อของมีจริงไหม พอเห็นว่ามีจริงก็เลยกล้าใช้ หลังจากเปิดเพจได้ 5 เดือน ฟีดแบ็กดีขึ้น ผมเพิ่มบริการจากรับฝากซื้อของ เป็นรับจ้างสารพัดถูกกฎหมายให้บริการทั่วประเทศ"



ส่งเร็ว ส่งไว อัพรูปตลอด

บริการถูกกฎหมายเท่านั้น


ทว่าการทำธุรกิจมักต้องเจอปัญหา ช่วงเริ่มต้นใน 4-5 เดือนแรก ชายหนุ่มเจอปัญหามากมาย เช่น ไม่รู้จักร้านที่ลูกค้าฝากสั่งซื้ออยู่ตรงไหน เดินทางยังไงถึงจะคุ้มกับค่ารถเพราะทุกอย่างมีต้นทุนต้องบริหารให้ดี ไม่งั้นก็ขาดทุน เขาอาศัยลองผิดลองถูกเดินทางไปทั่ว กทม. ขึ้นรถเมล์ รถตู้ เรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง BTS MRT จนเริ่มสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น รวมถึงขยันทำการตลาดไปลงประกาศตามเว็บไซต์ต่างๆ พอเข้าสู่เดือนที่ 5 ก็เริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สำหรับบริการที่บอกว่ามีสารพัด คุณบูม เผยว่า นับตั้งแต่ไปซื้อขนม เครื่องดื่ม อาหารสด อาหารแห้ง ผัก ผลไม้ เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ จองตั๋ว รับบัตรคิว ไปเยี่ยมคนป่วย ไปตักบาตร รับเซอร์ไพรส์ จ้างไปเฝ้าบ้าน สืบพฤติกรรมบุคคล สะกดรอยตาม ฝากเลี้ยงหมา ฝากเลี้ยงเด็กเล็ก เอากระเป๋าไปซ่อม ฝากซื้อหนังสือ ไปเที่ยวห้างแล้วส่งภาพมาให้ไว้เพื่ออัพเฟซบุ๊กก็ยังมี

ด้านกระบวนการทำงาน หลังจากคุณบูมได้รับออร์เดอร์ ลูกค้าจะต้องส่งรายละเอียด พร้อมรูปถ่ายสินค้าที่จะซื้อส่งมาให้ทางไลน์ หรือทางเฟซบุ๊ก จากนั้นโอนเงินค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าจ้างคิดค่าเหนื่อยตามระยะทาง ความยากง่ายของงานอัตราค่าบริการในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล เริ่มต้น 190-600 บาท นัดส่งสินค้าตามรถไฟฟ้า และบริการแท็กซี่ ส่วนต่างจังหวัดส่งรถทัวร์ค่าส่ง 100-600 บาท รถตู้ 80-300 บาท ขนส่งเอกชน 80-500 บาท รถไฟ เครื่องบิน 150-500 บาท

การจัดส่งสินค้า คุณบูมมีเทคนิคมัดใจ ต้องส่งไว ส่งเร็ว ส่งในสภาพสมบูรณ์ ในกรณีเป็นอาหาร ขนม ที่ต้องการความเย็นจะถูกใส่น้ำแข็งแห้งลงไปด้วย เช่น โดนัทคริสปี้ครีมเพื่อช่วยรักษาความสดให้ต่อสู้กับสภาพอากาศที่ร้อนจนกว่าจะถึงมือลูกค้า กรณีเป็นเครื่องดื่มขวดแก้วจะถูกแพ็กกันกระแทก เค้กปอนด์หน้าสวยๆ มีเทคนิคแพ็กไม่ให้เละ จะส่งทางรถทัวร์กับรถตู้เท่านั้น เพราะหน้าขนมมันจะละลายง่าย อาหารอื่นๆ ส่งทางเครื่องบินภายในวันเดียวรอรับประทานได้เลย

"หัวใจสำคัญของงานบริการดังกล่าวคือ ความไว้ใจจากลูกค้า ก่อนรับงานทุกครั้งผมจะตกลงกับลูกค้าก่อนเสมอว่าทำได้ หรือทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้จะบอกตรงๆ มีหลักฐานการซื้อสินค้าทุกครั้ง ทั้งบิล รูปถ่าย"



คนไทยชอบกิน

ฝากซื้อขนม อาหารเยอะสุด


ปัจจุบัน บริการที่ลูกค้าเรียกใช้มากที่สุด ชายหนุ่ม ระบุว่า ไปซื้อขนม อาหารสด เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เพราะ 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นผู้หญิง ห้างสรรพสินค้าที่ไปบ่อยมากที่สุดคือ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เยาวราช ตลาดสำเพ็ง พาหุรัด สะพานเหล็ก ตลาดจตุจักร ประตูน้ำ

สำหรับจำนวนลูกค้าในแต่ละวัน ลำพังคุณบูมเขารับได้ 4-5 ราย หรือบางครั้งสูงสุด 10 ราย อาศัยมีทีมงานเป็นนักเรียน นักศึกษา ลักษณะพาร์ตไทม์ รวมถึงมีวิศวกรที่อยากหารายได้พิเศษมารับจ๊อบคอยประสานงานให้ แต่ละเดือนรวมๆ กันมีลูกค้าราว 400 คน

ปัจจุบัน ช่องทางเข้าหาลูกค้าที่ชายหนุ่มเลือกใช้ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เขาใช้โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ไลน์ ซึ่งได้ผลตอบรับดี เพราะคุณบูมจะลงรูปภาพให้ลูกค้าใหม่ได้เห็นทุกขั้นตอนการทำงานอยู่เสมอ ส่วนลูกค้าเก่าที่ประทับใจในบริการมีการบอกต่อบ้าง

สำหรับแผนธุรกิจ หลังจากเปิด AEC คุณบูม เผยว่า จะพยายามหาช่องทางต่อยอดธุรกิจด้วยการเจาะลูกค้าต่างชาติ และลงพื้นที่ให้ทั่วกรุงเทพฯ เพราะสินค้าไทยคุณภาพดี สินค้าแปลกๆ มีอีกเยอะ เพียงแต่หลายคนยังไม่เคยเห็น อยากปลุกสินค้าของไทยให้บูมขึ้น

สนใจสอบถามบริการเพิ่มเติม คลิก www.facebook.com/boombashopping หรือ โทรศัพท์ (087) 580-7387

ที่มา
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0738150559&srcday=&search=no

ทิ้งชีวิตคนเมือง สู่ "ไร่สุขพ่วง" เกษตรกรอายุน้อย หัวใจพอเพียง

เกษตรอินเทรนด์
สดุจตา

ทิ้งชีวิตคนเมือง สู่ "ไร่สุขพ่วง" เกษตรกรอายุน้อย หัวใจพอเพียง
"พื้นที่ไม่มาก แต่จะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องนำมาแปรรูป เราจึงไม่ขายผักผลไม้สด อย่างกล้วย นำมาอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นกุยช่ายมาทำขนม ใบย่านางมาทำชา หรืออย่างอ้อย ชาวบ้านปลูกใช้พื้นที่ 10, 20 ไร่ ขายส่งให้โรงงานผลิตน้ำตาล ก็ถูกกดราคา แต่ผมเรียนรู้กระบวนการหีบอ้อย นำภูมิปัญญาบรรพบุรุษมาใช้ เพื่อทำน้ำตาลอ้อยเอง ปลูกทุกอย่างในรูปแบบอินทรีย์ จำนวนแค่ 1.5 ไร่ แต่สามารถทำรายได้เทียบเท่าคนที่ปลูกเป็นสิบๆ ไร่"

เรียนหนังสือตั้งแต่อายุราว 3 ขวบ ก้าวจบจากรั้วมหาวิทยาลัยในวัยกว่า 20 ปี จากนั้นเดินทางสู่ระบบลูกจ้าง วางกรอบชีวิตติดอยู่กับคำว่ามนุษย์เงินเดือน สร้างฐานะ ด้วยการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน มีครอบครัว พุ่งเป้าทำงานใช้หนี้ กว่าจะหมดซึ่งหนี้สินอาจก้าวสู่วัยเกษียณ

วงจรชีวิตของคนจำนวนมากเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ใช่กับ คุณอภิวรรษ สุขพ่วง แห่ง "ไร่สุขพ่วง"

ไม่ตามกระแส

ขอแค่พอเพียง


แม้คุณอภิวรรษจะใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญา และทำตามกรอบของคนหมู่มากมาบ้าง คือหลังศึกษาจบ ทำงานในตำแหน่งลูกจ้าง แต่ทว่าภายในระยะเวลา 6 เดือน เขา "คิดได้" และตัดสินใจเก็บกระเป๋ามุ่งหน้ากลับบ้านเกิดอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งในยามนั้นเขารับตำแหน่ง "คนตกงาน"

"ตัวอย่างของคนที่เดินตามกรอบกระแสโลกมีเป็นล้านคน ใช้เวลาเรียนนับสิบปี พ่อแม่บางคนต้องขายที่ขายทาง บางคนหมดตัว พอลูกเรียนจบก็ไปทำงานให้คนอื่น ติดระบบคนเมือง ทำงานได้สักพักมีครอบครัว ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดมิเนียม ใช้เงินเดือนผ่อน บางครั้งกว่าจะหมดก็อายุ 60 ปี ผมถามตัวเองว่าจะเดินตามรอยนี้หรือ จึงตัดสินใจกลับบ้าน ตอนนั้นคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระของพ่อแม่ พยายามหาทางช่วยเหลือครอบครัว"

หันมามองรายจ่ายของครอบครัว พบว่าครึ่งหนึ่งหมดไปกับสินค้าอุปโภคบริโภค จึงคิดหาทางช่วยลดรายจ่ายส่วนนี้ลงก่อน

"ผมตามแม่ไปตลาด ก็ดูเลยว่า แม่ซื้ออะไรบ้าง ข้าว ไข่ ปลา ผัก สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ฉะนั้น ถ้าทำสิ่งนี้ขึ้นมาก็หมายความว่าไม่ต้องซื้อ ซึ่งพอผมมองย้อนไปรุ่นปู่รุ่นทวด เขาทำนามีข้าวกินทั้งปี แต่ว่าพ่อกับแม่รับราชการ ไม่ได้สานต่ออาชีพเกษตร เราต้องซื้อข้าวกินมาเป็นเวลานับสิบปี ซื้อผัก ซื้อทุกอย่าง"

จัดระบบพื้นที่ดิน

มีรายได้ไม่ขาดช่วง


พื้นที่ 25 ไร่ คือคำตอบในการลดทอนค่าใช้จ่ายหลัก แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ความรู้คือสิ่งสำคัญ คุณอภิวรรษ เดินทางไปศึกษาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง กับครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพื่อนำองค์ความรู้มาปรับใช้

กระทั่งได้ลงมือจริงในปี 2553 จัดการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ แหล่งน้ำ (ขุดบ่อน้ำเพื่อรองรับน้ำฝนไว้ใช้ขนาดประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่) ทำแปลงนาข้าว ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และสร้างที่อยู่อาศัย

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเลี้ยงสัตว์บางชนิดเพื่ออาศัยผลพลอยได้ ไม่ใช่เพื่อการฆ่า อย่าง เลี้ยงปลาดุก เพื่อนำน้ำจากบ่อเลี้ยงมาทำปุ๋ยสูตรน้ำ เลี้ยงหมูเพื่อนำมูลมาทำปุ๋ยแห้ง เลี้ยงไก่เพื่อนำไข่ไก่มาประกอบอาหาร

ด้วยกระบวนการจัดการระบบอินทรีย์วิถีไทย ทำให้ไร่สุขพ่วง มีรายได้ 4 ช่วงเวลาคือ รายได้รายวัน มาจากการขายไข่ไก่ รายได้รายเดือนมาจากผัก ที่เก็บตัดแล้วนำมาแปรรูปจำหน่าย อย่างผักสลัด ผักกุยช่าย รายได้รายปีจากการปลูกข้าว และรายได้วัยเกษียณจากไม้ใหญ่ในป่าที่ปลูกขึ้น

"พื้นที่ไม่มาก แต่จะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องนำมาแปรรูป เราจึงไม่ขายผักผลไม้สด อย่างกล้วย นำมาอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นกุยช่ายมาทำขนม ใบย่านางมาทำชา หรืออย่างอ้อยชาวบ้านปลูกใช้พื้นที่ 10, 20 ไร่ ขายส่งให้โรงงานผลิตน้ำตาล ก็ถูกกดราคา แต่ผมเรียนรู้กระบวนการหีบอ้อย นำภูมิปัญญาบรรพบุรุษมาใช้ เพื่อทำน้ำตาลอ้อยเอง ปลูกทุกอย่างในรูปแบบอินทรีย์ จำนวนแค่ 1.5 ไร่ แต่สามารถทำรายได้เทียบเท่าคนที่ปลูกเป็นสิบๆ ไร่" 

ปลูก แปรรูป ขาย

ทำได้เองทุกขั้นตอน


ตลาดรองรับเป็นเรื่องสำคัญต้องเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งคุณอภิวรรษ ว่า หากจะขายสินค้าคุณภาพ เกิดมาตรฐานเป็นที่น่าเชื่อถือ ก็ไม่ควรนำสินค้าไปปะปนกับตลาดสินค้าเคมี

"เมื่อศึกษาตลาดพบว่ามีผู้จัดตลาดนัดสินค้าสุขภาพขึ้น โดยให้ผู้ค้าตระเวนไปขายตามอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ ผมจึงเลือกนำสินค้าภายใต้แบรนด์ สุขพ่วง ไปทำตลาดให้ตรงจุด นอกจากนั้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนในยุคนี้ ต้องสร้างสื่อออนไลน์ขึ้นมา เปิดเฟซบุ๊ก โดยใส่เรื่องราว และภาพให้เขารู้จักเรา และเห็นความเคลื่อนไหว"

คุณอภิวรรษ ว่า ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เหมาะสมและดูดี ก็เป็นอีกวิธีที่จะดึงความโดดเด่นของสินค้าให้ชัดเจนขึ้น

จุดขาย 3 ประการคือ ปลูกเอง แปรรูปเอง จำหน่ายเอง ถือเป็นวิธีเข้าถึงลูกค้าได้ดีที่สุด เพราะสามารถอธิบายได้ทุกกระบวนการ เพื่อสร้างความเชื่อถือต่อลูกค้า "เราทำสินค้าโดยคิดว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่ลูกทำให้พ่อแม่ทาน ฉะนั้น ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด"

สินค้าแทบทุกชนิดจากไร่สุขพ่วง จะเน้นแปรรูปก่อนจำหน่าย แม้พื้นที่ปลูกจะไม่มาก ก็สามารถสร้างความยั่งยืนให้ผลิตผลบนพื้นที่มีพอสำหรับบริโภคในครัวเรือน และจัดจำหน่าย

จากความสำเร็จของไร่สุขพ่วง ที่เริ่มต้นลงมือปลูกเพื่อสร้างความพอเพียงให้กับครอบครัว "สุขพ่วง" แต่มาในวันนี้กลับกลายเป็นสร้างธุรกิจเล็กๆ ให้เกิดขึ้น

"คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง มีอยู่ 2 แบบคือ เศรษฐกิจพอเพียงในขั้นพื้นฐาน นั่นหมายถึง ทำเพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้ แต่เมื่อสำเร็จขั้นนี้แล้ว ก็ไปต่อกับเศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้าคือ มาสู่กระบวนการสร้างธุรกิจ และเผยแพร่แบ่งปัน ซึ่งผมยืนอยู่ตรงจุดนี้แล้ว"

คุณอภิวรรษ ยังเล่าถึงบันได 9 ขั้นของคำว่า ความพอเพียง ซึ่งในข้อที่ 1-4 ถือเป็นเศรษฐกิจพอเพียงในขั้นพื้นฐาน คือ 1. พอกิน 2. พอใช้ 3. พออยู่ 4. พอร่มเย็น และเมื่อสำเร็จแล้วก็มาสู่ข้อที่ 5-9 กับเศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้า 5. ทำบุญ (เพื่อป้องกันมิให้เกิดความโลภ) 6. ทำทาน (แบ่งปันให้กับผู้ที่ลำบาก) 7. เก็บรักษา (ทั้งด้านภูมิปัญญา ความรู้ ประสบการณ์) 8. แปรรูป (เพื่อเพิ่มมูลค่าออกสู่ตลาด อันนำมาสู่ระบบธุรกิจ) และ 9. เผยแพร่องค์ความรู้ (ถ่ายทอดสู่ผู้อื่น)

"เมื่อผมทำสำเร็จ ครอบครัวอยู่ได้ เปลี่ยนคนตกงานให้เป็นเกษตรกรได้แล้ว ผมก็ต้องการส่งเสริมผู้อื่น ส่งต่อความรู้ จึงจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้อินทรีย์วิถีไทย (Earth Safe) โดยร่วมกับมูลนิธิรักษ์ดิน รักษ์น้ำ (Earth Safe) เปิดคอร์สการอบรมครบวงจร ตั้งแต่ ปลูกผัก ทำปุ๋ยใช้เอง ทำอาหารสัตว์ ไปจนถึงการทำตลาด" 

คนเมืองสนใจ

ปลูกผักในตะกร้า


ด้วยเพราะพื้นที่อำเภอจอมบึงประสบปัญหาทั้งดินเสื่อมโทรม ขาดแคลนน้ำ คุณอภิวรรษจึงคิดค้นการปลูกผักในภาชนะ โดยได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดอบรมชาวบ้านให้สานตะกร้าจากสายรัดพลาสติกชนิดทนแดดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ดีในภาชนะ

นอกจากคนในพื้นที่ได้เรียนรู้การปลูกผักไว้ทานและจำหน่าย ยังส่งผลสู่บุคคลภายนอก อย่างผู้อยู่ในสังคมเมืองใหญ่ ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด อย่าง คอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักทานเองได้ หรือถ้าใครต้องการต่อยอดไปสร้างเป็นอาชีพ ก็สามารถดำเนินการได้

ด้วยวัยเพียง 27 ปี ถือว่ายังเป็นตัวเลขอายุน้อย แต่ทว่ากระบวนการคิด และลงมือทำ ของคุณอภิวรรษถือเป็นแบบอย่างให้กับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งการเดินสู่เส้นทางสายนี้ ไม่เพียงส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ดี มีรายได้พอเลี้ยงตนเอง แต่เหนือกว่านั้นคือ ความสุข กับการได้อยู่ในบ้านเกิด อยู่ใกล้ชิดครอบครัว โดยสร้างประโยชน์ให้กับทั้งตนเองและคนรอบข้าง

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการจะเดินตามวิถีเช่นนี้ คุณอภิวรรษ ว่า ยินดีสนับสนุน โดยเฉพาะในด้านองค์ความรู้ สามารถโทรศัพท์ติดต่อเข้ารับการอบรมล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ (089) 379-8950

พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากข้อคิดสำหรับคนรุ่นใหม่ "ผมอยากให้คิดให้ได้ก่อนว่าความมั่นคงคืออะไร มันคือปัจจัย 4 ใช่หรือไม่ และถ้าที่ดินไม่มี แต่มีภูมิปัญญาก็นำภูมิปัญญามาต่อยอด ผมว่าก่อนอื่นต้องรู้จุดเริ่มก่อน เข้าใจคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง และส่วนของความรู้ที่ร่ำเรียนมา ก็นำมาบูรณาการ

ส่วนผู้ยังคงต้องอยู่กับงานประจำ ยังก้าวออกมาไม่ได้ ก็ขอให้เรียนรู้อย่างมีสติ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งหมดกับสิ่งนั้น เพื่อวันหนึ่งนำกลับไปพัฒนาบ้านเกิด กลับไปนำของเก่ามาก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะ ศิลปวัฒนธรรม พืชพันธุ์ ภูมิปัญญา สิ่งเหล่านี้สามารถประยุกต์ให้เกิดความร่วมสมัยได้ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"

ไร่สุขพ่วง ตั้งอยู่ เลขที่ 107 หมู่ 10 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี 70150 โทรศัพท์ (089) 379-8950, www.facebook.com/raisukphang


ที่มา
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 397
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0730150559&srcday=&search=no